ป๋อ ณัฐวุฒิ ปกปิดมีมุมจับใจ นานๆ ได้เจอกุญซือส่วนตัว เอ ศุภชัย

แม้ต่างคนจะต่างแยกย้ายกันไปทำงานและมีชีวิตส่วนตัวของตัวเอง จนแทบไม่ได้พบปะพูดคุยกัน ล่าสุดพระเอก ป๋อ ณัฐวุฒิ สกิดใจ ได้โคจรมาเจอกับอดีตผู้บัญชาส่วนตัวและเพื่อนสมัยเรียน อย่าง เอ ศุภชัย ศรีวิจิตร ในงานประกาศผลรางวัลนาฏราช ครั้งที่ 8 ทั้งคู่จึงขอแชะภาพคู่ด้วยกันเป็นที่ระลึก โดยหนุ่มป๋อเขียนแคปชั่นสั้นๆ แต่น่าเอ็นดู ว่า “วันนี้ดีใจที่ได้เจอกันนะ ผู้จัดการคนแรกและคนเดียวของฉัน”

ทางด้าน พี่เอ ศุภชัย ก็เขียนเล่าถึงความหลังครั้งเก่าสมัยแรกเริ่มเข้าวงการ ที่ทั้งคู่เริ่มต้นมาพร้อมๆ กัน …

“วันนี้ดีใจที่ได้เจอ ป๋อ นะครับ มีหลายเรื่องมากที่อยากเล่า แต่ต้องแยกกันนั่ง คิดถึงนะครับ เด็กผู้ชายในสังกัดคนแรกของ เอ ศุภชัย มันช้านานมาแล้วหรือนี่ ทำไมเวลานึกถึงวันนั้นวันที่เริ่มทำงานมันเหมือนผ่านมาช้านานจังเลย คิดถึงเวลาที่ป๋อดุ คิดถึงเวลาแต่งตัวไม่ดีกางเกงขาดๆ ลากแตะ แล้วป๋อก็จะดุ คิดถึงเวลาขี้เกียจไปกองแล้วโดนดุ คิดถึงเวลาไปเปิดโชว์ตัว ต่างจังหวัดด้วยกัน คิดถึงคอนโดห้องที่ต้องไปหาป๋อ เวลาจะทำไปงาน ด้วยกัน 555 คิดถึงอีกเยอะมากเลย แต่ คิดถึงที่สุดก้อ คิดถึงป๋อ นะคร้าบ คิดถึงสมัยเรียน ม.รังสิต ด้วยกันด้วย 555”

ตอนนี้ระบบโทรต่างประเทศที่ไหนถูกสุด pantip กว่าจะกลายมาเป็นซูเปอร์สตาร์และผู้จัดการดารามือทองอย่างทุกวันนี้ได้ ก็ผ่านอะไรด้วยกันมาเยอะ ถือเป็นความประทับใจของทั้งคู่ที่ไม่มีวันลืม

Please visit ป๋อ ณัฐวุฒิ ซุกซ่อนมีมุมซาบซึ้ง นานๆ ได้เจอผู้บัญชาส่วนตัว เอ ศุภชัย for related content.

ล้วงใจ! ก้อง ปิยะ เจ็บปวดทุกที..เพราะรักชายแท้

เล่นบาคาร่าออนไลน์ “ก้อง ปิยะ เศวตพิกุล” เธอคือเจ้าแม่อีเว้นท์ของเมืองไทยที่มีงานล้นมือตลอดปี และจากจุดนี้เองที่ทำยกให้บรรดาหนุ่มๆ เข้าไปหาเสมอ เพราะหวังในสิ่งที่เธอ ไม่ว่าจะเป็นงาน เงิน หรือสิ่งของต่างๆ และภายในวันนี้ ก้อง ปิยะ จะมาบอกถึงเรื่องราวชีวิตรักหลากหลายรสชาติที่ผ่านมาภายในชีวิตของเค้าแบบไม่มีกั๊ก ในรายการ คลับฟรายเดย์โชว์ โดยก้องเปิดใจว่า…

“เป็นคนที่ค่อนข้างกลัวกับเรื่องความรัก เพราะรู้ว่าตัวเราหน้าตาไม่ดี ชอบใครเค้าก็ไม่ได้ชอบตอบ ส่วนตัวคือชอบผู้ชายที่ดูแล้วแมนๆ เป็นนักกีฬา ส่วนใหญ่ก็มักจะพลาดไปชอบผู้ชายที่เป็นผู้ชายจริงๆ คือมันคว้าน้ำเหลวตั้งแต่เริ่มคิดที่จะไปชอบเขา ก็เลยต้องเสียใจอยู่บ่อยๆ”

“แต่รักที่ทำให้รู้สึกเฮิร์ธสุดๆ คือเราไปเห็นแฟนเราอยู่กับผู้หญิง เห็นเค้าแว๊บแรก ใจมันตกไปอยู่ตาตุ่ม แล้วก็ร้องไห้หนักมาก มันรู้สึกแย่มากๆ กับความรักครั้งนี้”

นอกจากเรื่องที่คว้าน้ำเหลวภายในความรักบ่อยๆ แล้ว ยังมีอีกเรื่องที่ทำให้เราเสียใจมากๆ คือ เรื่องที่เราเป็นคนที่ชอบดำเนินงาน และมีความสุขถ้าได้ทำงานมากๆ ก็เลยเริ่มไม่มีเวลาให้ใครแม้กระทั่งครอบครัว”

“พี่ไม่มีเวลาให้กับแม่เลย ไม่เคยได้คุยกับแม่เป็นกิจจะลักษณะ ไม่เคยขอประทานโทษ ไม่เคยได้บอกสิ่งที่เคยทำผิดตลอดชีวิตของเราให้แม่รู้ และมันคือความทุกข์ที่ปัจจุบันยังอยู่ในใจลึกๆ ตลอดทุกครั้งที่คิดถึงแม่”

ใครที่อยากรู้ว่า ก้อง ปิยะ เคยคบคนในวงการหรือไม่ ติดตามเรื่องราวความรักของเขาได้ ใน รายการ “คลับ ฟรายเดย์ โชว์ based on celeb story” ใน วันเสาร์ที่ 22 กรกฎาคม นี้ เวลา 18.20 – 20.00 น. ทางช่อง GMM25

Read more article at ล้วงใจ! ก้อง ปิยะ เจ็บปวดทุกที..เพราะรักชายแท้.

9 วิธีแต่งห้องนอนผู้สูงอายุ ให้พวกเขาใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น

วิธีการอพาร์ทเม้นคลอง6แต่งเติมห้องนอนสำหรับคนสูงอายุ ดีไซน์ความเป็นอยู่ให้ปลอดภัย ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ เข้าใจความต้องการของพวกท่าน และทำให้คนในบ้านอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

เพื่อการดูแลรักษาคนที่เรารักอย่างดีที่สุด ลูกหลานอย่างเรา ๆ ก็คงต้องสรรหาสิ่งที่ดีสุดให้กับคนสูงอายุในครอบครัว ฉะนั้นห้องนอนจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ที่เราจะต้องคำนึกถึงความปลอดภัย สะดวกสบาย และใช้งานได้จริงเป็นหลัก เราเลยไม่รอช้าที่จะนำเอาไอเดียในการตกแต่งห้องนอนสำหรับคนสูงอายุมาฝากกันค่ะ เพื่อให้ท่านได้ใช้ชีวิตอย่างปลอดและมีความสุขกับทุกคนในครอบครัว

1. เลือกตำแหน่งห้องนอนให้เชื่อมต่อทุกพื้นที่

ห้องนอนจะต้องตั้งอยู่ในตำแหน่งที่สามารถเชื่อมโยงกับพื้นที่อื่น ๆ ในบ้านได้อย่างง่ายดาย เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถเดินไปยังห้องต่าง ๆ ในบ้านได้สะดวก แต่ถ้าไม่สามารถทำได้ แนะนำให้ติดตั้งราวจับ ลิฟท์ หรือเก้าอี้เคลื่อนที่อัตโนมัติรอบบ้าน

2. เลือกความสูงเตียงให้พอเหมาะ

หัวใจหลักสำคัญในห้องนอนของผู้สูงอายุ นั่นก็คือ เตียงนอน ลักษณะของเตียงนอนที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุจะต้องไม่เตี้ยติดพื้นจนเกินไป ควรจะวัดความสูงให้ได้ประมาณ 25-36 นิ้ว ซึ่งเป็นระยะความสูงที่ทำให้เท้าของผู้สูงอายุติดพื้นพอดี เมื่อต้องการลุกขึ้นจากท่านอนหรือนั่งก่อนจะนอน

3. พรมปูพื้นต้องกันลื่น

การแต่งห้องด้วยพรมนุ่ม ๆ ที่มีลวดลายสวยงาม ดูไม่ค่อยจำเป็นกับห้องนอนของผู้สูงอายุเท่าไร เพราะจะทำให้เกิดอุบัติเหตุลื่นล้มได้ แต่ถ้าจำเป็นต้องใช้พรม ก็แนะนำให้เลือกพรมแบบกันลื่น หรือติดแผ่นกันลื่นรองไว้ใต้พรม เพื่อให้เกิดแรงเสียดทานและเพิ่มการยึดเกาะระหว่างพรมกับพื้น

4. ตกแต่งพื้นที่ใช้สอยอย่างปลอดภัย

เลือกใช้เฉพาะเฟอร์นิเจอร์ที่จำเป็นและช่วยในการยึดเกาะได้ เน้นตกแต่งพื้นที่ใช้สอยให้น้อยไว้ก่อน แต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์หลัก ๆ ก็พอ เช่น โต๊ะข้างเตียง ลิ้นชักใส่ของ เก้าอี้นั่งอ่านหนังสือ และโซฟาไว้เปลี่ยนอิริยาบถ ส่วนห้องนอนของผู้สูงอายุที่ต้องใช้ไม้เท้า ไม่แนะนำให้ปูพรมหรือวางสิ่งของต่าง ๆ ไว้บนพื้นห้อง เพราะอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ค่ะ

5. มีแสงสว่างเพียงพอ

เนื่องผู้สูงอายุไม่สามารถมองเห็นภาพต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจน ฉะนั้นจึงควรมีแสงไฟที่สว่างทั่วทุกจุด อย่างเช่น หลอดไฟดวงใหญ่กลางห้อง โคมไฟโต๊ะข้างเตียง โคมไฟที่มุมอ่านหนังสือ และไฟระหว่างทางเดิน ถ้าจะให้ดีควรมีหน้าต่าง เพื่อให้แสงจากธรรมชาติช่วยทำให้ภายในบ้านสว่างขึ้น

6. เปลี่ยนมือจับประตูให้เหมาะสม

ถ้าเลือกมือจับประตูที่แน่นหนาและเป็นโลหะเนื้อแข็ง จะทำให้ผู้สูงอายุเปิดใช้งานลำบาก ดังนั้นควรจะเลือกด้ามจับบานประตู หน้าต่าง หรือตู้เก็บของแบบที่เป็นคันโยกเปิดง่าย มีดีไซน์เรียบ ๆ และมีเนื้อสัมผัสที่ไม่แข็งจนเกินไปมาใช้จะดีกว่า

7. ติดตั้งอุปกรณ์สื่อสาร

ลูกหลานมักจะกังวลว่า ผู้สูงอายุที่อยู่ลำพังภายในห้องนอนจะใช้ชีวิตอย่างไร ท่านต้องการอะไรบ้างไหม หรือเกิดเหตุอะไรขึ้นบ้าง ซึ่งเราไม่สามารถรู้ความเคลื่อนไหวนั้นได้เลย นอกจากจะเดินไปดู ง่าย ๆ เลยค่ะ แค่นำเครื่องมือติดต่อสื่อสาร อย่าง โทรศัพท์ภายในหรืออินเตอร์คอม มาติดตั้งก็จะให้คุณสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของผู้สูงไว้ได้ในทันทีที่ต้องการ และที่สำคัญสามารถติดต่อในยามฉุกเฉินได้ด้วย

8. สีทาผนังแบบสีธรรมชาติ

สีทาผนังห้องที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ นั่นก็คือ สีเหลืองอ่อน สีครีม สีชมพูโทนพาสเทล สีเขียวสบายตา และสีน้ำตาลอ่อน ซึ่งโทนสีทั้งหมดนี้เป็นโทนที่มาจากธรรมชาติ ที่ดูดีมีสไตล์เหมาะสมกับผู้สูงอายุ อีกทั้งยังช่วยสะท้อนแสงทำให้ห้องนอนสว่างขึ้นอีกด้วย

9. ป้องกันเสียงและความร้อนให้พักผ่อนอย่างเต็มที่

ด้วยสภาพร่างกายของคนสูงอายุที่ต้องการการพักผ่อนหย่อนใจอย่างเต็มที่ และสะดวกสบายที่สุด ฉะนั้นผนังห้องก็ควรดีไซน์ให้สามารถซับเสียงจากภายนอกไม่ให้เข้ามาข้างในมากเกินไป และติดตั้งฉนวนกันความร้อนบนฝ้าเพดานเพื่อป้องกันความร้อน ทำให้ห้องเย็นสบาย เหมาะกับการพักผ่อนอย่างแท้จริง

หากลูกหลานคนไหนต้องการความเชื่อมั่น ให้คนสูงอายุอาศัยอยู่ในบ้านได้อย่างปลอดภัยและมีความสุข อย่าลืมนำไอเดียตกแต่งห้องนอนสำหรับผู้อายุทั้งหมดนี้ ไปลองปรับใช้และออกแบบห้องนอนเพื่อคนที่เรารักกันนะคะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก livspace, Ehow, Homeguides, ageinplace

#ที่พักคลอง 6 #อพาร์ทเม้นคลอง6 #คลอง6 #ที่พัก #อาพาร์ทเม้น

Read related post at 9 วิธีแต่งห้องนอนคนสูงอายุ ให้พวกเขาใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น.

7 หัวข้อควรทราบก่อนโกนขนหน้า ถ้าไม่อยากพลาด !!

หากสาวๆ คนไหนคิดจะโกนขนหน้าต้องรู้ 7 ข้อต่อไปนี้นะคะ เพื่อความปลอดภัยและมีผิวหน้าเนียนใสดั่งที่ใจต้องการ

การโกนขนที่ใบหน้าฟังตัวแทนจำหน่ายครีมออนไลน์มองหวาดเสียว แต่บอกเลยค่ะว่าไม่ได้อันตรายอย่างที่คิด เพราะการโกนขนหน้าก็เหมือนกับคุณผู้ชายโกนหนวดเครานั่นแหละค่ะ เพียงแต่เราจะไม่ได้โกนเฉพาะคาง แต่โกนทั่วทั้งใบหน้าเลยนั่นเอง นอกจากนั้นการโกนขนใบหน้ายังทำให้ผิวหน้าเราเนียนนุ่ม ขาวใส แต่งหน้าติดง่ายขึ้น ไม่มีขนเส้นเล็กๆ มารบกวนอีกด้วยล่ะค่ะ แต่ก่อนที่สาวๆ จะโกนขนหน้าต้องรู้ 7 ประเด็นต่อไปนี้ก่อน เพื่อที่สาว ๆ จะได้มีผิวหน้าสวยเนียนใสไร้ขนมารบกวนอีกต่อไป

1. ขนที่ขึ้นมาใหม่จะไม่หนาและแข็งกว่าเดิม

ใครที่ไม่โกนขนใบหน้าเหตุผลเพราะกลัวขนที่ขึ้นมาใหม่จะหนาและแข็งกว่าเดิม ขอบอกเลยค่ะว่าไม่จริง ต่อให้คุณโกนขนที่แก้มไปแล้ว พอมันงอกขึ้นมาใหม่ก็ยังคงคงนุ่มและเส้นบางเหมือนเดิม เพียงแต่ที่เรารู้สึกว่ามันแข็งคงเป็นเพราะปลายเส้นขนนั้นทู่จากการโกน ไม่ได้เรียวเหมือนก่อนโกนนั่นเองค่ะ

2. ชะโลมฟองก่อนโกน

เวลาโกนขนหน้าก็เหมือนคุณผู้ชายโกนหนวดเครานั่นแหละค่ะสาว ๆ เราเห็นพวกเขาใช้ครีมก่อนหนวดที่เป็นฟองขาวละเอียดชโลมทั่วบริเวณที่จะโกน นั่นเพราะจะช่วยให้ปาดใบมีดได้ลื่นและง่ายขึ้น ลดการระคายเคือง แถมยังช่วยให้โกนได้เกลี้ยงเกลาหมดจดด้วยนะ

3. ส่องกระจกตลอด

มันคงออกมาไม่งามแน่ ๆ ถ้าหากสาว ๆ เผลอปาดใบมีดไปยังหางคิ้ว กลายเป็นคิ้วแหว่งเสียอย่างนั้น ต้องรออีกหลายเดือนกว่าจะขึ้นมาเต็ม ดังนั้นเวลาสาว ๆ โกนขนหน้าก็ควรส่องกระจกไปด้วยดีกว่านะคะ

4. ใช้มีดโกนไฟฟ้าจะดีกว่า

สำหรับการโกนขนใบหน้าสาว ๆ ควรเลือกใช้มีดโกนไฟฟ้าจะดีที่สุด เพราะใบมีดโกนไฟฟ้านั้นมีขนาดเล็ก ทำให้โกนได้เกลี้ยงกว่ามีดโกนธรรมดาค่ะ หรือถ้าไม่มีก็อาจเลือกมีดโกนชนิด 3 ใบมีดขึ้นไปแทนก็ได้ และอย่าลืมทำความสะอาดก่อนและหลังใช้งานทุกครั้งด้วยนะ

5. มีสมาธิ ไม่รีบร้อน

ไม่ต้องรีบร้อนคิดว่าแค่ปาด ๆ โกน ๆ เดี๋ยวก็เสร็จ เพราะแบบนั้นอาจจะทำให้ใบมีดสร้างบาดแผลเกิดรอยเลือดบนใบหน้าของสาว ๆ ได้ ดังนั้นระหว่างโกนควรระมัดระวัง มีสมาธิจดจ่ออยู่กับผิวหน้าและใบมีดโกนของเรา เพื่อที่หน้าสวย ๆ จะได้ไม่มีรอยแผลนะคะ

6. หลังโกนเสร็จบำรุงด้วยเซรั่ม

หลังจากโกนขนหน้าเสร็จ ใบหน้าของเราจะเนียนนุ่ม ไม่มีขนเส้นเล็ก ๆ มากวนใจ อีกทั้งยังเป็นเวลาที่ดีที่จะใช้ครีมบำรุงหรือเซรั่มแบบบางเบาทาทั่วหน้า เพราะผิวหน้าของเราจะซึมซับเซรั่มได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

7. ระวังขนคุดด้วยล่ะ

การมีขนคุดไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ยิ่งถ้าหากมันมาขึ้นบนใบหน้าของเราด้วยแล้วล่ะก็…แย่เลยทีนี้ ดังนั้นหลังจากโกนขนหน้าเสร็จ สัก 1 อาทิตย์ สาว ๆ ควรสครับหน้าเบา ๆ เพื่อจำกัดขนคุดออกด้วยนะคะ

เพียงแค่ 7 ข้อนี้สาว ๆ ก็เตรียมมีดโกนแล้วลงมือจำกัดขนบนใบหน้าของเราได้เลยค่ะ แต่ถ้าใครยังไม่เชื่อมั่นที่จะลงมือโกนขนบนใบหน้าเอง ก็อาจจะให้ผู้เชี่ยวชาญโกนให้ก็ได้นะคะ แบบนั้นจะสะอาดและปลอดภัยกว่าแน่นอนค่ะ

ข้อมูลจาก : bustle.com และ thatviralfeed.com

#คอลลาเจน #ผิวขาว #ผิวเนียน นุ่ม ใส #D&C diamond & Collagen #ดี แอนด์ ซี ไดมอนด์ แอนด์ คอลลาเจน #www.dandccenter.com

For more content, please visit 7 ข้อควรทราบก่อนโกนขนหน้า ถ้าไม่อยากพลาด !!.

7 สิ่งที่ iPhone 7/7 Plus ทำไม่ได้เหมือน Android

7 เรื่องที่ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ทำไม่ได้เหมือนมือถือ Android ถ้าอยากรู้ว่ามีอะไรบ้าง มาดูกัน

แม้ว่า iPhone 7 และ iPhone 7 Plus จะถูกยกให้เป็นสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดในตอนนี้ จากการทดสอบประสิทธิภาพต่าง ๆ ของเครื่องจากผู้ใช้งานจริงและเว็บไซต์ไอทีชั้นนำหลายแห่งที่นำมารีวิว แต่ก็ยังมีหลายสิ่งที่ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ไม่สามารถทำได้เหมือนมือถือ Android เนื่องจากมีข้อจำกัดในการใช้งานมากกว่า

วันนี้เราจึงได้รวบรวม 7 สิ่งที่ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ไม่สามารถทำได้แบบโทรต่างประเทศราคาประหยัดมือถือ Android มีอะไรบ้างที่ iPhone 7 ทำไม่ได้เหมือนมือถือ Android

1. ไม่สามารถจัดการไฟล์ต่าง ๆ ผ่านคอมพิวเตอร์ได้โดยตรง

การจัดการไฟล์ต่าง ๆ บน iPhone 7 และ iPhone 7 Plus เช่น เพลง, รูปภาพ หรือแอพฯ ยังคงต้องอาศัยโปรแกรมหลักอย่าง iTunes เพื่อทำการซิงก์ข้อมูลไปมา (กรณีต้องการนำไฟล์นั้น ๆ ลงเครื่องหรือเก็บไว้บนคอมพิวเตอร์) ซึ่งต่างจากมือถือ Android ที่อาศัยเพียงสายชาร์จ microUSB เสียบเข้ากับคอมพิวเตอร์ ก็สามารถคัดลอกหรือโอนย้ายไฟล์ต่าง ๆ ได้ตามต้องการ โดยไม่ต้องอาศัยโปรแกรมเสริมใด ๆ

2. ใช้อุปกรณ์เสริมอื่น ๆ ไม่ได้

สำหรับ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus นั้นขึ้นชื่อว่าเป็นมือถือที่มีระบบรักษาความปลอดภัยสูง จึงส่งผลให้ไม่สามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ เช่น ที่ชาร์จไร้สาย (Wireless Charger), สายชาร์จที่ไม่ผ่านการรับรอง Apple และนาฬิกาอัจฉริยะ (Smart Watch) บางรุ่นที่ไม่มีแอพฯ รองรับ เป็นต้น ซึ่งต่างจาก Android ที่รองรับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริมแทบทุกชนิด และหาซื้อง่ายกว่า

3. ไม่สามารถปรับแต่งธีมและอินเทอร์เฟซได้ตามต้องการ

อีกหนึ่งสิ่งที่ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ไม่สามารถทำได้อิสระเหมือน Android (ถ้าไม่เจลเบรค) ก็คือการปรับแต่งธีมและอินเทอร์เฟซต่าง ๆ ได้ตามต้องการ เช่น ปรับแต่งภาพพื้นหลัง Wallpaper, Widget แจ้งเตือน, ไอคอนแอพฯ, ปุ่มลัดในแถบแจ้งเตือนต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งการปรับแต่งดังกล่าวถือเป็นจุดเด่นของ Android เลยก็ว่าได้

4. เพิ่มหน่วยความจำไม่ได้

สำหรับมือถือ Android หลายรุ่นจะมีช่องสำหรับใส่ microSD ที่ช่วยให้สามารถเพิ่มความจุของเครื่องได้ ซึ่งบางรุ่นสามารถเพิ่มได้สูงสุดถึง 2TB เลยทีเดียว แต่สำหรับ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ไม่สามารถเพิ่มความจุของเครื่องได้ หากต้องเพิ่มความจุ จะต้องซื้อรุ่นที่มีความจุมากขึ้น ซึ่งราคาก็จะแพงขึ้นตามลำดับ วิธีแก้ไขเบื้องต้น ก็คือการสำรองข้อมูลไปยังแหล่งบริการฝากไฟล์ต่าง ๆ เช่น iCloud หรือสำรองข้อมูลผ่านโปรแกรม iTunes เมื่อเครื่องพื้นที่ใกล้เต็ม ดูวิธีเพิ่มพื้นที่ iPhone โดยไม่ต้องลบรูป

5. ถอดเปลี่ยนฝาหลังไม่ได้

ปัจจุบันมือถือ Android หลายรุ่นยังคงสามารถถอดเปลี่ยนฝาหลังได้ตามที่ต้องการ โดยเฉพาะมือถือที่ได้รับความนิยมหรือเป็นมือถือที่เน้นสีสันและแฟชั่นมักจะมีการผลิตฝาหลังหลากหลายลวดลายมาให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อเลือกเปลี่ยนได้ตามใจชอบ แต่ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus นั้นไม่สามารถถอดเปลี่ยนฝาหลังได้ ซึ่งทำได้เพียงแค่ใส่เคสลวดลายต่าง ๆ เพื่อเพิ่มสีสัน

6. ไม่มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.

แม้ว่า iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ทาง Apple จะเคลมว่าการถอดช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. บนตัวเครื่องออกไปนั้นเป็นการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับวงการมือถือในปัจจุบันก็ตาม แต่เชื่อว่าผู้ใช้หลายคนต่างเลือกซื้อมือถือที่ยังมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. เป็นอันดับต้น ๆ อยู่แน่นอน เพราะนอกจากจะช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งานแล้ว ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายไม่ต้องไปหาซื้อหูฟังไร้สายให้ยุ่งยากอีกด้วย

7. เปิดแอพฯ ได้พร้อมกันหลายแอพฯ ในหน้าจอเดียว

การเปิดใช้งานแอพฯ ต่าง ๆ พร้อมกันในหน้าจอเดียวบน iPhone 7 และ iPhone 7 Plus นั้นไม่สามารถทำได้ ซึ่งผิดกับมือถือ Android ที่สามารถทำได้อย่างอิสระไม่ว่าจะเป็นการปรับขนาดหรือเลื่อนตำแหน่งของหน้าต่างแอพฯ ไปมา โดยเฉพาะผู้ใช้มือถือ Samsung และ LG ไม่ต้องอาศัยแอพฯ ประเภท Multi-Window ช่วย เนื่องจากมีฟีเจอร์ Multi-Window ติดมาพร้อมกับเครื่องอยู่แล้ว

ถึงแม้ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus จะไม่มีความสามารถบางอย่างเทียบเท่ามือถือ Android แต่ถึงอย่างนั้น iPhone ก็ยังมีส่วนอื่น ๆ ที่ Android ไม่สามารถทำได้เช่นกันนะ รอติดตามในกระทู้ต่อ ๆ ไป

ติดตามข่าว iPhone 7 และ 7 Plus ทั้งหมด

#bvcall #โทรกลับไทยราคาถูก #โทรต่างประเทศ #บริการโทรข้ามประเทศ #บริการโทรต่างประเทศ #bvcall pantip

For related article, please visit 7 เรื่องที่ iPhone 7/7 Plus ทำไม่ได้เหมือน Android.

กรมการท่องเที่ยวโชว์โปรเจกต์พัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบของที่ระลึก ชูอัตลักษณ์พื้นถิ่น-ภูมิปัญญา เพิ่มมูลค่า ปูพรม ๑๘ จังหวัด ปลุกกระแส “เสน่ห์เที่ยว-เสน่ห์ไทย”

กรมการท่องเที่ยว ปรับกลยุทธ์แนะนำที่พักในอรัญประเทศตอบรับนโยบายไทยแลนด์ ๔.๐ ด้วยโครงการพัฒนาสินค้าต้นแบบ ของที่ระลึกเพื่อการท่องเที่ยว กระตุ้นเที่ยวไทย ชูคอนเซ็ปต์ดีไซน์โดยใช้ทุนวัฒนธรรมผสมผสานเสน่ห์พื้นบ้านสร้าง อัตลักษณ์เพิ่มมูลค่าสินค้า สร้างงานสร้างรายได้ยั่งยืนให้ชุมชนนำร่อง ๑๘ จังหวัด พร้อมโชว์ฝีมือกว่า ๕๐๐ ผลงาน สุดสร้างสรรค์ครั้งแรกในงานนิทรรศการ “เสน่ห์เที่ยว เสน่ห์ไทย” วันที่ ๒๐ – ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๐ ศกนี้ ณ บริเวณลานแฟชั่นฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน

นางสาววรรณสิริ โมรากุล อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่ารัฐบาลมีนโยบายในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประเทศไทยในยุค ๔.๐ (Thailand 4.0) ซึ่งอุตสาหกรรมและ ธุรกิจท่องเที่ยวจะมีบทบาทสำคัญในการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับประเทศโดยองค์ประกอบสำคัญประการหนึ่งที่มีส่วนในการกระจายรายได้ไปสู่ชุมชนท่องเที่ยวและวิสาหกิจชุมชน คือ ธุรกิจของที่ระลึก ซึ่งนักท่องเที่ยวมักจะแสวงหาสิ่งที่สะท้อนความเป็นท้องถิ่นหรืออัตลักษณ์ของสถานที่ที่ไปเยือนจากข้อมูลเบื้องต้นของกรมการท่องเที่ยวพบว่าปี ๒๕๕๙ ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยจำนวน ๓๒,๕๘๘,๓๐๓ คน เพิ่มขึ้นร้อยละ ๘.๙๑ เมื่อเทียบกับปี ๒๕๕๘ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้จัดทำ “โครงการพัฒนาสินค้าต้นแบบของที่ระลึกเพื่อการท่องเที่ยว” เป็นกิจกรรมนำร่องในปีงบประมาณ ๒๕๕๙ โดยคัดเลือกแหล่งท่องเที่ยวเป็นกรณีศึกษา ๑๘ แห่ง จาก “๑๒ เมืองต้องห้ามพลาด” “๑๒ เมืองต้องห้ามพลาดพลัส” และสนามบินนานาชาติ ๔ จังหวัด ด้วยการนำเสน่ห์ที่เป็นต้นทุนวัฒนธรรมไทย อัตลักษณ์ประจำท้องถิ่น และภูมิปัญญาพื้นบ้านมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบและพัฒนาสินค้าที่ระลึกให้มีความร่วมสมัยและเพื่อสร้างการมีส่วนร่วม โดยได้จัดประชุมระดมความคิดเห็นจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจท่องเที่ยวทั้งสถาบันการศึกษาและภาคประชาชน จำนวน ๑๘ พื้นที่ เพื่อให้เกิดการสร้างเครือข่ายและคลัสเตอร์การพัฒนาธุรกิจสินค้าที่ระลึกในพื้นที่ มีแนวทางการออกแบบที่สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายในแต่ละท้องถิ่น และความหลากหลายของนักท่องเที่ยว เกิดการรวมกลุ่มกันดูแลรักษาแหล่งท่องเที่ยว ควบคู่ไปกับการพัฒนาสินค้าของที่ระลึก และเป็นการสร้างแนวคิด “เสน่ห์เที่ยว-เสน่ห์ไทย” ให้เกิดขึ้นในพื้นที่อย่างยั่งยืน

สำหรับผลงานต้นแบบสินค้าที่ระลึกจากพื้นที่กรณีศึกษา ๑๘ แห่ง ซึ่งมีจำนวนกว่า ๕๐๐ ชิ้นงาน จะนำมาจัดแสดงเป็นครั้งแรกในงาน “เสน่ห์เที่ยว-เสน่ห์ไทย” นิทรรศการแสดงผลงานการพัฒนาสินค้าต้นแบบของที่ระลึกเพื่อการท่องเที่ยวใน วันที่ ๒๐ – ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๐ ณ บริเวณลานแฟชั่นฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน พร้อมเปิดเวทีเสวนาในหัวข้อ ถอดรหัส “เสน่ห์เที่ยว-เสน่ห์ไทย” : การออกแบบโดยใช้อัตลักษณ์พื้นถิ่นเพื่อให้โดนใจนักท่องเที่ยว เพื่อให้ความรู้ในการนำต้นทุนทางวัฒนธรรมมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบอย่างร่วมสมัยและสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวของแต่ละพื้นที่

นางสาววรรณสิริ โมรากุล กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลงานต้นแบบทุกชิ้นแม้ว่าจะเป็นลิขสิทธิ์ของกรมการท่องเที่ยว แต่กรมการท่องเที่ยวมีความยินดีที่จะมอบให้เครือข่ายนำไปต่อยอดและขยายผล โดยต้องได้รับอนุญาตอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิ์ที่อาจจะเกิดขึ้น โดยอาจจะมอบสิทธิ์ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและ/หรือ หัวหน้ากลุ่มชุมชนในพื้นที่กรณีศึกษาเป็นผู้นำไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์แก่ชุมชนต่อไป รวมทั้งได้จัดทำแฟนเพจ “เสน่ห์เที่ยว-เสน่ห์ไทย” เพื่อนำเสนอรายละเอียดของโครงการพัฒนาสินค้าต้นแบบของที่ระลึกเพื่อการท่องเที่ยว องค์ความรู้ด้านการออกแบบและภาพผลงานต้นแบบ เพื่อให้ผู้สนใจได้ศึกษาและประยุกต์ใช้เพื่อสร้างรายได้

กรมการท่องเที่ยวมุ่งมั่นพัฒนามาตรฐานการท่องเที่ยวไทยให้ครอบคลุมทุกมิติเพื่อสร้างความยั่งยืนด้วยการเน้นคุณภาพ สร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างสมดุลทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม กระจายรายได้ ลดความเหลื่อมล้ำ ปลูกจิตสำนึกรักบ้านเกิดและสร้างความภาคภูมิใจในท้องถิ่นของตนเอง ซึ่งโครงการพัฒนาสินค้าต้นแบบของที่ระลึกเพื่อการท่องเที่ยวจะเปิดมุมมองใหม่และเป็นส่วนสำคัญในการสร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน ตลอดจนยกระดับแหล่งท่องเที่ยวให้มีคุณค่าด้านความทรงจำอีกด้วย”อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าว

นายสักกฉัฐ ศิวะบวร อดีตนายกสมาคมนักออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ในฐานะหัวหน้าทีมออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ที่ปรึกษาโครงการพัฒนาสินค้าต้นแบบของที่ระลึกเพื่อการท่องเที่ยวกล่าวว่าพื้นที่กรณีศึกษา ๑๘ แหล่งท่องเที่ยวในโครงการฯประกอบด้วย พื้นที่ใน”๑๒ เมืองต้องห้ามพลาด” จำนวน ๘ จังหวัด ได้แก่ ๑) เขาค้อ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ๒) หมู่บ้านวัฒนธรรมไทดำบ้านนาป่าหนาด ต.เขาแก้ว อ.เชียงคาน จ.เลย ๓) ปราสาทเมืองต่ำบ้านโคกเมือง ต.จระเข้มาก อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ๔) เกาะพิทักษ์ ต.บางน้ำจืด อ.หลังสวน จ.ชุมพร ๕) เกาะลิบง ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง ๖) อุทยานแห่งชาติหาดขนอม อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช ๗) วิสาหกิจชุมชนบ้านรักษ์เขาบายศรี ต.เขาบายศรี อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี และ ๘) ชุมชนตำบลน้ำเชี่ยว อ.แหลมงอบ จ.ตราด

นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวใน “๑๒ เมืองต้องห้ามพลาดพลัส” จำนวน ๖ จังหวัด ได้แก่ ๑) ชุมชนบ้านพระพุทธบาทห้วยต้ม ต.นาทราย อ.ลี้ จ.ลำพูน ๒) ชุมชนบ้านทุ่งโฮ้ง ต.ทุ่งโฮ้ง อ.เมือง จ.แพร่ 3) น้ำตกตาดโตน อุทยานแห่งชาติตาดโตน อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ๔) หมู่บ้านช้างบ้านตากลาง ต.กระโพ อ.ท่าตูม จังหวัดที่มีท่าอากาศยานนานาชาติ จำนวน ๔ จังหวัด ได้แก่ ๑) เชียงใหม่ ๒) เชียงราย ๓) สงขลา (หาดใหญ่) และ ๔) ภูเก็ต

“เนื่องจากแต่ละพื้นที่มีต้นทุนวัฒนธรรมหรือเสน่ห์และภูมิปัญญาที่แตกต่างกัน ทางทีมงานจึงได้ลงพื้นที่เพื่อศึกษาข้อมูลของแต่ละท้องถิ่นและจัดประชุมในรูปแบบของเวิร์คช็อปเพื่อให้เกิดการแสดงความคิดเห็นร่วมกัน เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาสินค้าที่ระลึกให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวในพื้นที่นั้นๆ หลังจากนั้นจึงเป็นขั้นตอนของการออกแบบและผลิตต้นแบบสินค้า โดยแต่ละพื้นที่มีผลงานออกแบบแห่งละ ๓ คอลเลคชั่น แต่ละคอลเลคชั่นมี ๑๐ รายการ เมื่อรวมกันแล้วมีผลงานต้นแบบกว่า ๕๐๐ ชิ้นงาน” นายสักกฉัฐ ศิวะบวร กล่าว

นางประภาพรรณ ศรีตรัย ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหม้อห้อมรุ่งเจริญย้อมสีธรรมชาติ ชุมชนบ้านทุ่งโฮ้ง จ.แพร่ กล่าวถึงประโยชน์ที่ได้จากการเข้าร่วมโครงการพัฒนาสินค้าต้นแบบของที่ระลึกเพื่อการท่องเที่ยวว่า บ้านทุ่งโฮ้งเป็นชุมชนที่มีจุดเด่นเรื่องการผลิตผ้าหม้อห้อม เป็นภูมิปัญญาไทพวน ซึ่งเป็นบรรพบุรุษ ของคนบ้านทุ่งโฮ้ง จุดเด่นดังกล่าวทำให้การย้อมผ้าหม้อห้อมกลายเป็นกิจกรรมการท่องเที่ยวที่มีคณะผู้มาศึกษาดูงาน ต่อมาในระยะหลังมีนักท่องเที่ยวต่างชาติจากยุโรปและญี่ปุ่นเข้ามาเยี่ยมชมเป็นจำนวนมากจึงต้องปรับรูปแบบสินค้าที่ระลึกให้เหมาะสม สำหรับการเข้าร่วมโครงการพัฒนาสินค้าต้นแบบของที่ระลึกเพื่อการท่องเที่ยวนั้น ทางทีมวิทยากรออกแบบได้ใช้จุดเด่นจากวิถีชีวิตของการย้อมหม้อห้อม ผสมผสานกับเทคนิคการย้อมแบบใหม่ และการออกแบบลายใหม่ที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบ ซึ่งทางกลุ่มฯ หวังว่าจะมีโอกาสนำต้นแบบเหล่านี้ไปผลิตเพื่อจำหน่ายได้จริง

นางสุรัตนา ภูมิมาโนช ประธานชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนตำบลน้ำเชี่ยว จ.ตราด กล่าวว่า การที่กรมการท่องเที่ยวเลือกพื้นที่บ้านน้ำเชี่ยวเข้าโครงการพัฒนาสินค้าต้นแบบของที่ระลึกเพื่อการท่องเที่ยวจะก่อให้เกิดการพัฒนาต่อยอดและขยายผล ทำให้ทางชมรมฯ ได้นำตราสัญลักษณ์ชุมชนบ้านน้ำเชี่ยวมาพัฒนาเป็นสินค้าของที่ระลึกได้อย่างเป็นรูปธรรม และสินค้าต้นแบบทุกผลงานสามารถตอบโจทย์การท่องเที่ยวในบ้านน้ำเชี่ยวได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย นอกจากนี้ยังมีหอยปากเป็ดซึ่งเป็นเสน่ห์และจุดเด่นของบ้านน้ำเชี่ยว และงอบน้ำเชี่ยวที่มีชื่อเสียงเป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านที่สืบทอดกันมาช้านาน ทั้งนี้ หากชุมชนมีโอกาสนำผลงานต้นแบบต่างๆ เหล่านี้ไปผลิตและจำหน่ายเชื่อว่าจะสร้างรายได้เพิ่มขึ้น แลเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวในชุมชนบ้านน้ำเชี่ยวให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น

#สระแก้ว #อรัญประเทศ #ท่องเที่ยว #ที่พักสระแก้ว #โรงแรมสระแก้ว #ที่พักอรัญประเทศ #โรงแรมอรัญประเทศ

Read related post at กรมการท่องเที่ยวแสดงโปรเจกต์พัฒนาสินค้าต้นแบบของที่ระลึก ชูอัตลักษณ์พื้นถิ่น-ภูมิปัญญา เพิ่มมูลค่า ปูพรม ๑๘ จังหวัด ปลุกกระแส “เสน่ห์เที่ยว-เสน่ห์ไทย”.

ศูนย์วิจัยกสิกรฯ คิดว่าตลาดไทยเที่ยวไทยปีนี้ขยายตัว 7-8% สร้างเม็ดเงินสะพัดกว่า 9.3 แสนลบ.

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองดูสถานการณ์ตลาดไทยเที่ยวไทยในปี 2560 ยังมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยคิดว่าจะสร้างรายได้สะพัดสู่ธุรกิจท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่องประมาณ 9.30-9.38 แสนล้านบาท แม้ล่าสุดยังไม่มีความชัดเจนเรื่องการต่ออายุมาตรการหักลดหย่อนภาษีเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ ประกอบกับทิศทางของต้นทุนการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศที่อาจจะปรับขึ้นตามราคาน้ำมันในตลาดโลกและการปรับอัตราค่าจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันใหม่ที่มีผลต่อต้นทุนการทำตลาดของสายการบิน

“ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า รายได้จากคนไทยเดินทางท่องเที่ยวในประเทศน่าจะมีมูลค่าประมาณ 9.30-9.38 แสนล้านบาท หรือขยายตัวประมาณร้อยละ 7.0-8.0 เมื่อเทียบกับที่เติบโตร้อยละ 8.3 ในปี 2559 และคาดว่าจะมีคนไทยเดินทางท่องเที่ยวในประเทศประมาณ 158.2-159.7 ล้านคน-ครั้ง ขยายตัวร้อยละ 6.2-7.2 จากที่เติบโตประมาณร้อยละ 7.3 ในปี 2559 ที่ผ่านมา” เอกสารเผยแพร่ ระบุ

เหตุหลักในการเคลื่อนตลาดไทยเที่ยวไทยมาจากการตลาดที่เข้มข้นของผู้ประกอบการในธุรกิจท่องเที่ยวโดยตรง อย่างโรงแรมและสายการบิน หรือธุรกิจทางอ้อมที่มีการจัดโปรโมชั่นกระตุ้นตลาดอย่างต่อเนื่องทั้งปี และการทำตลาดประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชนผ่านช่องทางเครือข่ายสังคมออนไลน์ ซึ่งมีผลต่อพฤติกรรมและการตัดสินใจวางแผนของนักท่องเที่ยว

“ผลสำรวจพฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยวของศูนย์วิจัยกสิกรไทยพบว่า การจัดแคมเปญการตลาดและการจัดโปรโมชั่นของภาคธุรกิจมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจวางแผนเดินทางท่องเที่ยวอันดับ 1 ขณะที่ปัจจัยอื่นๆ อาทิ อิทธิพลจากการได้เห็นสถานที่ท่องเที่ยวผ่านสื่อออนไลน์ การจัดงานมหกรรมท่องเที่ยว เป็นต้น” เอกสารเผยแพร่ ระบุ

ขณะเดียวกันการพัฒนาผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวและการเกิดขึ้นของกิจกรรมใหม่ๆ ที่มีการเจาะเฉพาะกลุ่มมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ และพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่หลากหลายขึ้นในแต่ละพื้นที่ก่อให้เกิดเทรนด์การท่องเที่ยวใหม่ๆ อาทิ การจัดการแข่งขันกีฬาอย่างฟุตบอลไทยลีก การจัดการแข่งขันวิ่งมาราธอน หรือการแข่งจักรยาน การจัดงานเทศกาลท้องถิ่น ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ช่วยส่งเสริมให้เกิดการเติบโตของการท่องเที่ยวภายในประเทศ อีกทั้งในระยะหลังผู้ประกอบการธุรกิจสายการบินต้นทุนต่ำให้ความสำคัญในการขยายเส้นทางการบินระหว่างจังหวัด นอกเหนือจากเส้นทางการบินหลักจากกรุงเทพฯ และการเปิดให้บริการเรือเฟอร์รี่ระหว่างพัทยา-หัวหิน ซึ่งจะช่วยทำให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวไปยังจังหวัดต่างๆ ได้สะดวกขึ้น และเกิดการกระจายตัวของการเดินทางท่องเที่ยว

สำหรับตลาดท่องเที่ยวที่คิดว่าจะขยายตัวดีจะยังคงเป็นเมืองท่องเที่ยวหลัก และจังหวัดท่องเที่ยวที่อยู่ในแผนการทำตลาดอย่าง 12 เมืองต้องห้ามและพลัส ซึ่งในปีนี้หน่วยงานภาครัฐมีนโยบายที่จะทำตลาดการท่องเที่ยวทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อกระตุ้นรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น และโดยเฉพาะเมื่อทาง CNN ได้มีการจัดอันดับสถานที่น่าท่องเที่ยวในโลก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยติด 1 ใน 17 สถานที่น่าท่องเที่ยวของโลกในปี 2560 ซึ่งน่าจะทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวในพื้นที่มีความคึกคักโรงแรม สระแก้วดีขึ้น จากการที่ผู้ประกอบการธุรกิจและหน่วยงานในพื้นที่น่าจะมีการทำตลาดมากขึ้น และไม่เพียงแต่กระตุ้นเฉพาะตลาดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเท่านั้น แต่รวมถึงนักท่องเที่ยวไทยเช่นกัน

เมื่อพิจารณาถึงการกระจายรายได้ของตลาดไทยเที่ยวไทย พบว่า ยังมีความแตกต่างกันอยู่ในแต่ละจังหวัด จากฐานข้อมูลสถิติการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของคนไทย ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พบว่า จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปท่องเที่ยวทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง (ไม่รวมกรุงเทพฯ) มีจำนวนมาก แต่รายได้จากการท่องเที่ยวมีมูลค่าที่ต่ำกว่าภาคอื่น เห็นได้ว่าค่าเฉลี่ยรายวันของคนไทยที่เดินทางท่องเที่ยวไปยังทั้ง 2 ภาค ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของค่าใช้จ่ายของคนไทยที่เดินทางท่องเที่ยวในประเทศ ค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างต่ำมาจากหลายองค์ประกอบ อาทิ นักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางไปในพื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มนักทัศนาจร จำนวนวันพักเฉลี่ยต่อคนที่ต่ำกว่าภาคอื่นๆ สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมการท่องเที่ยวที่ไม่หลากหลาย ระบบการคมนาคมขนส่งที่จะไปยังแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ยังไม่สะดวกสบาย เป็นต้น

ทั้งนี้ การจะเพิ่มรายได้ท่องเที่ยวในพื้นที่ให้มากขึ้นสามารถทำได้หลายประการ อาทิ การสร้างผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวใหม่ที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นและหาชมที่ไหนไม่ได้ เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวใช้เวลาในพื้นที่ให้มากขึ้น การพัฒนาสินค้าของที่ระลึกต่างๆ ให้ได้มาตรฐานและมีคุณภาพและเป็นของเฉพาะท้องถิ่นนั้นๆ ทำให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาในพื้นที่จะต้องซื้อสินค้านั้นๆกลับไป นอกจากนี้ ในเมืองท่องเที่ยวหลายแห่ง ซึ่งรวมถึงเมืองท่องเที่ยวหลักๆ อย่างเชียงใหม่ พัทยา หรือภูเก็ต ระบบการคมนาคมขนส่งสาธารณะในพื้นที่ยังไม่มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ การจัดระบบการคมนาคมขนส่งสาธารณะในเมืองท่องเที่ยวที่อำนวยความสะดวกในการเดินทางท่องเที่ยว สามารถเชื่อมโยงไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในจังหวัดและระหว่างจังหวัดให้มีประสิทธิภาพ เพื่อลดต้นทุนการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยในประเทศให้ถูกลงและยังจะช่วยหนุนให้ตลาดไทยเที่ยวไทยสามารถเติบโตได้ต่อเนื่อง

“การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของคนไทยช่วยกระจายรายได้ลงสู่ระบบเศรษฐกิจในประเทศ โดยเฉพาะเศรษฐกิจในท้องถิ่นพื้นที่ที่เป็นเมืองท่องเที่ยวและตามเส้นทางท่องเที่ยว โดยในปี 2559 ที่ผ่านมา จากรายงานของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พบว่า เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจที่เกิดจากการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของคนไทยอยู่ที่ประมาณ 8.69 แสนล้านบาท” เอกสารเผยแพร่ ระบุ

อย่างไรก็ดี การผลักดันให้ตลาดการท่องเที่ยวในประเทศของคนไทยเติบโตอย่างต่อเนื่องยังมีโจทย์ที่ท้าทายหลายประการ อาทิ การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน สามารถสร้างรายได้สู่ประชาชนในท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งสาธารณะในเมืองท่องเที่ยวที่อำนวยความสะดวกในการเดินทางท่องเที่ยว สามารถเชื่อมโยงไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในจังหวัดและระหว่างจังหวัดให้มีประสิทธิภาพ เพื่อลดต้นทุนการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยในประเทศให้ถูกลง เป็นต้น

“การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของคนไทยมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และยังนับเป็นกิจกรรมเศรษฐกิจที่สำคัญที่สร้างรายได้ให้แก่เศรษฐกิจในชุมชนที่เป็นทั้งเมืองท่องเที่ยวและเส้นทางผ่าน และบ่อยครั้งเมื่อตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอตัว ตลาดไทยเที่ยวไทยจะกลับมามีบทบาทสำคัญในการช่วยพยุงเศรษฐกิจการท่องเที่ยว” เอกสารเผยแพร่ ระบุ

ในระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ตลาดไทยเที่ยวไทยมีการเปลี่ยนแปลงไปมากทั้งในด้านของจำนวนคนไทยที่เดินทางท่องเที่ยวในประเทศที่เพิ่มขึ้นทุกปี ผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวใหม่ที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ การแข่งขันทางธุรกิจที่รุนแรงทั้งโรงแรมและที่พัก การขยายตัวของธุรกิจสายการบินต้นทุนต่ำในประเทศ รวมถึงบทบาทของภาครัฐที่เข้ามาช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศอย่างในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่เศรษฐกิจไทยต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการ รัฐบาลได้ใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งหนึ่งในหลายมาตรการ คือ มาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับการท่องเที่ยวในประเทศ เนื่องจากมองว่าการท่องเที่ยวในประเทศเป็นกิจกรรมเศรษฐกิจที่จะช่วยให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนลงสู่เศรษฐกิจในชุมชนได้อย่างรวดเร็ว และในปี 2559 ที่ผ่านมา รัฐบาลได้ออกมาตรการกระตุ้นตลาดการท่องเที่ยวในประเทศ 3 ครั้ง

ทั้งนี้ หากพิจารณาจากสถิติการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของคนไทยหรือที่เรียกว่า ผู้เยี่ยมเยือน (Visitor) ซึ่งรวมทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยวพักค้างและนักทัศนาจร โดย 1 คนสามารถเดินทางได้มากกว่า 1 ครั้ง และมากกว่า 1 จังหวัด ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พบว่า การเดินทางท่องเที่ยว มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยในช่วงปี 2555-2559 นั้น จากที่มีจำนวนคนไทยที่เดินทางท่องเที่ยวในประเทศ 117.6 ล้านคน-ครั้งในปี 2555 เป็นจำนวนประมาณ 149.0 ล้านคน-ครั้งในปี 2559 ขยายตัวเพิ่มเฉลี่ยอัตราร้อยละ 8.0 ต่อปี ขณะที่สร้างรายได้ให้กับเศรษฐกิจในประเทศเพิ่มขึ้นจาก 5.89 แสนล้านบาทในปี 2555 เพิ่มเป็น 8.69 แสนล้านบาทในปี 2559 ขยายตัวเพิ่มเฉลี่ยอัตราร้อยละ 12.0 ต่อปี โดยรายได้จากตลาดไทยเที่ยวไทยคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 35.0 ของรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งหมด

#สระแก้ว #อรัญประเทศ #ท่องเที่ยว #ที่พักสระแก้ว #โรงแรมสระแก้ว #ที่พักอรัญประเทศ #โรงแรมอรัญประเทศ

For more post, please visit ศูนย์วิจัยกสิกรฯ คาดหมายตลาดไทยเที่ยวไทยปีนี้ขยายตัว 7-8% สร้างเม็ดเงินสะพัดกว่า 9.3 แสนลบ..

ไมค์ ออม ทั้งหวานทั้งแซ่บ ชักชวนฟินทุกช็อต

โทรถูก ค่อยๆ ทยอยเสิร์ฟความฟินมาให้แฟนๆ ดูกันเรื่อยๆ สำหรับคู่ของ ไมค์ พิรัชต์ พร้อมทั้งสาวคนสนิทอย่าง ออม สุชาร์ หลังจากก่อนหน้านี้ก็ปล่อยภาพเรียกน้ำย่อยมาให้ดูกันแล้ว กับภาพเซ็ทที่ถ่ายแฟชั่นคู่กันในนิตยสาร Honeymoontravel ที่ทั้งคู่บินไปที่เดิมอีกครั้งที่เกาะมัลดีฟส์

พร้อมทั้งภาพสวีทเซ็ทล่าสุดที่ไมค์โพสต์ แฟนคลับคู่นี้เห็นแล้วต้องฟินแน่ๆ เพราะไมค์ออม สื่อออกมาให้เหมือนคู่รักจริงๆ มาก ๆ แถมยังทดความแซ่บของทั้งคู่ หนุ่มไมค์ก็หุ่นล่ำกล้ามแน่นมาก ส่วนออมก้ฉีกลุคใสๆ มาแนวเซ็กซี่ ในชุดบิกินี่ เรียกว่าฟินได้ทุกช็อตจริงๆ ทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลัง

ส่วนสถานะของไมค์ ออม จะขยับจากเพื่อนมาเป็นคนรู้ใจหรือไม่ คงต้องฟังจากปากเจ้าตัวกันเองนะคะ

For more post, please visit ไมค์ ออม ทั้งหวานทั้งแซ่บ ชักชวนฟินทุกช็อต.

มาริโอ้ รอลุ้น ติดอันดับผู้ชายหน้าหล่อของโลก

โทรไปต่างประเทศ ประหยัด ติดแน่นอีกหนึ่งนักแสดงชายไทยที่มีรายชื่อติดแน่นอันดับ 1 ใน 100 ผู้ชายหน้าของโลก ที่ทำการจัดโผโดยเว็บไซต์ต่างรัฐ ซึ่งงานนี้มีชื่อของพระเอกหนุ่มหน้าลูกครึ่ง “มาริโอ้ เมาเร่อ” อยู่ในโผด้วย โดยเจ้าตัวได้พูดให้ฟังว่า พอได้ยินมาเหมือนกันเรื่องการจัดอันดับ แต่ส่วนตัวยังไม่รู้ว่าตัวเองก็ติด คาดว่าจากนี้คงรอติดตาม พร้อมขอบคุณที่ให้ให้มีรายชื่ออยู่ในโผด้วย

มีรายชื่อเราติดอันดับ 1 ใน 100 ผู้ชายหน้าหล่อของโลก ?
“ขนาดนั้นเลยเหรอครับ ก็รู้สึกดีใจ ต้องขอบคุณที่ยังเห็นการทำงานของโอ้อยู่และดึงโอ้ให้เข้าไปอยู่ในโผด้วยครับ”

นอกจากเราก็ยังมี ณเดชน์ คูกิมิยะ ที่ติดอันดับเหมือนกัน ?
“โอ้ไม่ทราบเลยครับ แต่ได้ยินมาแค่ว่ามันมีโผขึ้นมา ได้ยินมาแค่นี้เลยครับ ยังไม่รู้เลยด้วยครับว่าเป็นโผจากที่ไหน แต่เดี๋ยวจะกลับไปติดตามดูครับ”

เป็นการจัดอันดับของเว็บไซต์ต่างประเทศ ?
“อ๋อ ครับ ก็ขอบคุณมากๆ นะครับที่ให้โอ้ได้ไปอยู่ในโผ”

ในมุมมองของตัวเอง คิดว่าความหล่อตรงไหนที่ดึงดูดให้ติดโผ ?
“ไม่ขนาดตรงนั้นหรอกครับ ทุกคนดูดีได้ครับ เพียงอยู่ที่ว่าเราต้องดูแลตัวเอง บางคนอาจจะเลือกเกิดไม่ได้เนอะ แต่เราเลือกที่จะดูแลตัวเองได้ และทุกคนก็สามารถที่จะทำให้ตัวเองดูดีขึ้นได้หมด ส่วนถ้าถามว่าเรามีเสน่ห์ตรงไหน คงเป็นเพราะความเป็นตัวของตัวเองมั้งครับ”

พอมีแบบนี้ต้องดูแลตัวเองมากขึ้นไหม ?
“หนักเลยครับ กลับไปนี่จะรีบกินน้ำขิงเลยครับ (ยิ้ม) ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ ช่วงโอ้พยายามออกกำลังกายอยู่ครับ ที่ทำนี่ไม่ได้เกี่ยวกับโผนะครับ ที่บ้านก็สอนมาว่าสุขภาพเป็นสิ่งเด่นที่สุด ถ้าเราทำงานหาเงิน มีแต่เงิน แต่ไม่มีสุขภาพที่ดี มันก็ไม่มีความสุขครับ เราจะมีความสุขได้ก็ต่อเมื่อเราหาเงินด้วย มีสุขภาพที่ดีด้วย”

Please visit มาริโอ้ รอลุ้น ติดอันดับผู้ชายหน้าหล่อของโลก for more content.

ซิตี้เฮ!ราชันชุดขาวโอเคขายดานิโล่

“เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จ่อได้ตัว ดานิโล่ แบ็กขวา เรอัล มาดริด มาร่วมก๊วนเต็มที เมื่อล่าสุดตกลงค่าตัวกับต้นสังกัดนักเตะได้เรียบร้อย โดยพร้อมจ่ายเงินโบนัสให้อีก 5 ล้านปอนด์ ด้วย

โทรกลับไทย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรมหาเศรษฐีแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ บรรลุข้อตกลงกับ เรอัล มาดริด ยอดสโมสร ลา ลีกา สเปน เป็นที่เรียบร้อย สำหรับการขอซื้อตัว ดานิโล่ แบ็กขวาชาวบราซิเลียน มาร่วมทัพ ด้วยราคา 26.5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1192.5 ล้านบาท) ตามรายงานจาก เดอะ การ์เดี้ยน สื่อชั้นนำเมืองผู้ดี เมื่อวันพุธที่ 19 กรกฏาคม ที่ผ่านมา

ดาวเตะวัย 26 ปี กำลังจะกลายเป็นนักเตะใหม่รายที่ 5 ของ “เรือใบสีฟ้า” ในขณะซัมเมอร์นี้ ต่อจาก แบร์นาร์โด้ ซิลวา, เอแดร์สัน, ดั๊กลาส ลุยซ์ และ ไคล์ วอล์คเกอร์ โดยตอนแรก ดานิโล่ มีข้อมูลกับ เชลซี แต่สุดท้ายไม่สามารถตกลงกันได้

จนกระทั่งล่าสุดกลายเป็น แมนฯ ซิตี้ ที่กำลังจะได้ตัว ดานิโล่ ไปร่วมก๊วน โดย เดอะ การ์เดี้ยน ระบุว่า “เรือใบสีฟ้า” พร้อมจ่ายเงินโบนัสให้ เรอัล มาดริด อีก 5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 225 ล้านบาท) ด้วย หากทุกอย่างเป็นไปตามเงื่อนไขที่ยอมรับกันไว้

Please visit ซิตี้เฮ!ราชันชุดขาวโอเคขายดานิโล่ for more detail.